ซื้อ-ขายสินค้า มหาสารคาม
Home Sarakam Classified Webboard Sarakham-Localnews ContactUs หน้าแรก แผนผังเว็บไซต์ ติดต่อ

กู่สันตรัตน์

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. พิมพ์อีเมล

 

          กู่สันตรัตน์ตั้งอยู่ที่ตำบลกู่สันตรัตน์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอนาดูน  ไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 4 กิโลเมตร สร้างด้วยศิลาแลงเป็นศิลปะขอมแบบ บายน มีรูปลักษณะปราสาทหินที่มีปรางค์ประธานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัตมีมุขด้านหน้ายื่นไปทางทิศตะวันออก  มีบรรณาลัยซึ่งเป็นที่เก็บคัมภีร์ทางศาสนาตั้งอยู่ทางทิศตะวันนออกเฉียงใต้หันหน้าเข้าหาปรางค์ประธาน อาคารทั้ง 2 ล้อมด้วยกำแพงศิลาแลงซึ่งสร้างยังไม่เสร็จเรียบร้อยอีกชั้นหนึ่ง กู่สันตรัตน์สร้างขึ้นมาด้วยมีวัตถุประสงค์เพื่อประดิษฐานรูปเคารพสำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และเป็นโรคยาศาล คือเป็นที่พักรักษาพยาบาลคนเจ็บป่วยอีกด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเคยเสด็จทอดพระเนตร และทรงเยี่ยมราษฎรที่กู่สันตรัตน์แห่งนี้เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2514

ความเป็นมา:
           กู่สันตรัตน์เป็นโบราณสถานที่มีลักษณะแบบขอม เป็นสถานที่ ที่เรียกว่าอโรคยาศาล หรือโรงพยาบาล ตั้งอยู่ที่ตำบล กู่สันตรัตน์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ห่างจากที่ว่าการอำเภอนาดูน มาทางทิศตะวันออก เฉียงเหนือ ประมาณ 4 กิโลเมตร กู่สันตรัตน์มีลักษณะเป็นปราสาทแบบย่อมๆ ตั้งอยู่บนฐานชั้นเดียวสร้างด้วยศิลาแลง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีกำแพงล้อมลอบในกรอบ รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทางด้านหน้าปราสาททางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมี สระสี่เหลี่ยมขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 12 เมตร ซึ่งน่าจะหมายถึงบาราย ซึ่ง เป็นไปตามคติของขอม(เขมร) ที่ว่าเมื่อมีการสร้างปราสาทหินก็มีการ ขุดสระหรือ บารายกักน้ำไว้ในที่ใกล้เคียงนั้นด้วย

           ทางด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นด้านหน้าปราสาทมีซุมประตูทางเข้าหรือโคปุระ ก่อด้วยศิลาแลง ส่วนประตูทางเข้านั้น ปรากฏให้เห็นว่ามีแผ่นทับหลังอยู่เหนือประตู กับมีเสาประดับที่กรอบประตูทั้งสองด้าน แผ่นทับหลังและเสาประดับกรอบประตูทำด้วยหินทรายแต่ไม่มีการสลักลายใดๆ ทั้งสิ้น จึงดูคล้ายกับว่าทำยังไม่เสร็จ องค์ปราสาทมีลักษณะรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม มีประตูทางเข้าอยู่ทางทิศตะวันออก ส่วนทางทิศเหนือทิศใต้และทิศตะวันตกเป็นประตูหลอก
เมื่อพิจารณาเฉพาะองค์ปราสาทแล้วสันนิฐานได้ว่ากู่สันตรัตน์ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะทางด้านหน้าตอนบนนั้นมีช่องว่างเว้นไว้ เป็นช่องสามเหลี่ยม ซึ่งส่วนนี้เมื่อเสร็จสมบูรณ์ก็คือหน้าบัน ที่จะทำด้วยหินทรายซึ่งคงต้องสลักลวดลายประกอบด้วย สิ่งสำคัญต่อมาคือแผ่นทับหลัง ที่ตั้งอยู่เหนือกรอบประตูนั้นมีแผ่นหินทรายวางไว้ แต่ยังไม่มีการสักลวดลายใดๆ ทั้งสิ้น
 
           โดยทั่วไปแผ่นทับหลังต้องมีการสลักลายหรือภาพประกอบไว้เสมอ แม้เสาประดับกรอบประตูทั้ง 2 ด้าน ก็มักสลักลายประดับเช่นกัน แต่เสาที่อยู่ติดกรอบประตูทางด้านซ้ายนั้นยังเป็นแท่งหินทรายเรียบๆ อยู่ไม่มีลวดลายใดๆ ทั้งสิ้นคงมีเฉพาะเสาประดับกรอบประตูทางด้านขวาของปราสาทเท่านั้น ที่ได้สลักลายไว้อย่างคร่าวๆ จากลักษณะดังกล่าวจึงเป็นหลักฐาน สันนิฐาน ได้ว่า ปราสาทองค์นี้ยังสร้างไม่เสร็จ แต่ช่างได้สร้างไปตามแบบที่เป็นลักษณะเฉพาะของขอม คือแม้องค์ปราสามจะก่อด้วยหินทรายหรือศิลาแลง แต่ส่วนสำคัญทั้ง 3 คือ หน้าบัน ทับหลัง และเสาประดับกรอบประตูต้อง ทำด้วยหินทรายเสมอ ทั้งนี้เพราะหินทรายมีคุณสมบัติเหมาะกับการแกะสลัก ในสถาปัตยกรรมหินทรายโดยเฉพาะ

ประวัติหมู่บ้านกู่สันตรัตน์
                บ้านกู่สันตรัตน์ หมู่ที่ 2 ตำบลกู่สันตรัตน์ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม บ้านกู่สันตรัตน์ สมัยก่อนเรียกผู้นำหมู่บ้านว่ากวนบ้าน และตาแสง ซึ่งกวนบ้านก็หมายถึง ผู้ใหญ่บ้านในสมัยปัจจุบัน และตาแสงก็คือกำนันในสมัยปัจจุบัน ผู้ก่อตั้งบ้านกู่สันตรัตน์ เป็นคนแรก ก็คือ พ่อใหญ่พันนา (เป็นพรานล่าสัตว์)เดิมบ้าน กู่สันตรัตน์แตกออกจาก บ้านกู่โนนเมือง ซึ่งบ้านกู่โนนเมืองก็แตกออกจากนครจำปาศรี (สมัยทวารวดี)อีกทีหนึ่ง สาเหตุการแตกแยกก็คือ สมัยนั้นมีท้าวมหาชนะชัยเป็นผู้ปกครอง และต่อมามีการลือว่าท้าวมหาชนะชัยเป็นผีปอบ เป็นผีเป้า เพราะผู้คนล้มตายจำนวนมากด้วยโรคฮ่า หรืออหิวาตักโรคในสมัยปัจจุบัน ชาวบ้าน จึงเข้าใจว่าท้าวมหาชนะชัยเป็นปอบเป็นเป้า เมื่อท้าวมหาชนะชัยได้เสียชีวิตลง ชาวบ้านก็แตกแยกกันไปอยู่ตามสถานที่ต่างๆ เดิมที่ตั้งของบ้านกู่สันตรัตน์มีชาวเสลภูมิมาอยู่ก่อนแล้วจำนวน 3 ครัวเรือน แต่ยังไม่ตั้งเป็นหมู่บ้าน และเมื่อมีคนมาอยู่เพิ่มขึ้นจึงมีการตั้งบ้านตามสถานที่สำคัญคือบ้านกู่สันตรัตน์เพราะตั้งอยู่ใกล้กับกู่สันตรัตน์ ปัจจุบัน มีผู้นำคือ กำนันถิน ปะนาตา มี 61 ครัวเรือน และอาชีพหลักของชาวบ้านก็คืออาชีพทำนา อาชีพรอง ก็คือรับจ้างทั่วไป และเลี้ยงสัตว์เป็นบางส่วน

องค์ประกอบส่วนต่าง ๆ ของกู่สันตรัตน์

          • สระน้ำหรือบาราย อยู่นอกกำแพงแก้วด้านหน้าปราสาท ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีขนาดความกว้าง 10 เมตร ยาว 12 เมตร สระมี แผนผังเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสกรุผนังด้วยศิลาแลงเรียงเหลื่อมคล้ายขั้นบันไดกอบลงสู่ก้นสระ

สระน้ำหรือบาราย

          • กำแพงแก้ว ก่อด้วยศิลาแลงมีลักษณะเป็นกรอบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีทางออกทางเดียวด้านทิศตะวันออกคือทางด้านซุ้มประตูหรือโคปุระ ลักษณะของกำแพงมีความสูงประมาณ 1-2 เมตร และมีฐานรองรับกำแพงด้วย

กำแพงแก้ว  

          • ซุ้มประตู หรือโคปุระ อยู่ตรงกลางของกำแพงแก้วทางด้าน ทิศตะวันออกเป็นอาคารก่อด้วยศิลาแลงมีฐานเตี้ยแผนผังรูปกากบาด โดยมีห้องกลางเป็นห้องโถงใหญ่และมีห้องเล็กอยู่ที่ปีกทั้ง 2 ช้าง คือด้านทิศเหนือและด้านทิศใต้

  ซุ้มประตู หรือโคปุระ

          • ห้องทางด้านทิศเหนือและทิศใต้ ซึ่งมีทางเดินออกจากห้องกลางแต่ไม่มีหลังคาเพราะคงหักพังทะลายลงมาแล้ว แต่จากโครงสร้างที่เหลือสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นหลังคาก่อเหลื่อมโค้งขึ้นไป

  ห้องทางด้านทิศเหนือและทิศใต้

          • บรรณาลัย อยู่ด้านในของกำแพงแก้ว ตั้งอยู่บริเวณมุมด้าน ทิศตะวันออกเฉียงใต้มีแผนผังเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยศิลาแลงส่วนบนของผนังมีการเจาะเป็นช่องหน้าต่างขนาดเล็ก

  บรรณาลัย

          • องค์ปราสาท เป็นปราสาทขนาดย่อมๆ ตั้งอยู่ตรงกลางของกำแพงแก้วเป็นปราสวาทก่อด้วยศิลาแลงมีขนาดความกว้าง 7 เมตร ยาว 8 เมตร แผนผังเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตตุรัสย่อมุมและมีมุขต่อยื่นออกมาด้านหน้า ทางด้านทิศตะวันออกที่ใช้เป็นช่องทางเข้าสู่ห้องครรภคฤหะ

  องค์ปราสาทด้านหน้า

องค์ปราสาทด้านหน้า

  องค์ปราสาทด้านหลัง

องค์ปราสาทด้านหลัง


           • ห้องครรภคฤหะ ห้องครรภคฤหะอยู่ตรงกลางของปราสาทประทานภายในห้องครรภฤหะภายในพบแท่นรูปเคารพทรงสี่เหลี่ยม 3 ช่องเรียงกันซึ่งแท่นรูปเคารพลักษณะนี้ พบกันโดยทั่วไปในศาสนสถานประจำ อโรคยาศาล สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อาทิกู่บ้านเขวา อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคามเป็นต้น เข้าใจว่าแต่เดิมคงใช้ประดิษฐ์ฐานรูปเคารพ 3 องค์ บนแท่นฐานเดียวกันนี้เพื่อให้เป็นพระประทานดังกล่าว

ห้องครรภคฤหะ  

          • ลานศิลาแลง ทางด้านหน้าขององค์ปราสาทจะเป็นลานศิลาแลง ก่อเป็นชาลา ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมขนาด 6.8 เมตร ต่อเชื่อมคล้ายทางเดินไปยังโคปุระ โดย มีร่องรอยการเจาะหลุมเสาอยู่ที่มุมทั้ง 4 ด้าน ซึ่งสอดคล้องกับการเจาะรอยสกัด บนหน้าบันของมุขปราสาทประธาน และจากการพบเศษกระเบื้อง มุงหลังคาจำนวนมากจากการขุดแต่ง จึงสันนิฐานได้ว่าแต่เดิมอาคารนี้คงเป็นอาคารแบบหลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้องเพื่อใช้ประกอบกิจกรรมทางศาสนา ก่อนเข้าสู่องค์ปราสาทประธาน แต่ปัจจุบันยังคงมีแต่ลานศิลาแลงเท่านั้น


          • ประตูหลอก ทางด้านทิศเหนือทิศใต้และทิศตะวันออกของปราสาทประธาน จะเป็นประตูหลอกซึ่งประตูที่แท้จริงจะอยู่ทางด้านทิศตะวันออก

  ประตูหลอก

การเดินทาง:

          ใช้เส้นทางหมายเลข 2040 ผ่านอำเภอแกดำ อำเภอวาปีปทุม เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหมายเลข 2045 (เข้าอำเภอนาดูน) ประมาณ 1 กิโลเมตร จะอยู่ทางขวามือ

 :: แผนที่ การเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยว ::

JavaScript must be enabled in order for you to use Google Maps.
However, it seems JavaScript is either disabled or not supported by your browser.
To view Google Maps, enable JavaScript by changing your browser options, and then try again.

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล และภาพประกอบ:
     • สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมหาสารคาม
     • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม
ขอขอบคุณพิเศษ:
     • ผู้ที่มีส่วนร่วมในบทความต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบในข้อมูล และรวมถึงภาพประกอบในข้อมูล เพื่อเป็นอีกแหล่งข้อมูลของชาวจังหวัดมหาสารคาม.

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

• เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง กรุณาใช้ข้อความสุภาพ และผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sarakhamclick.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

: 3640 ครั้ง
ห้างสรรพสินค้าเสริมไทย
รอบหนังมหาสารคาม โปรแกรมหนัง เช็ครอบหนัง
เนยหวาน
ผลฟุตบอลล่าสุด

ผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล
งวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2555
814418 31
504 309 902 101
อาร์ดีเคเบิ้ลทีวี
ศูนย์ประชุมตุ้มโฮมโฮมสเตย์แอนด์รีสอร์ท