ปลาร้าสร้างรายได้ มหาสารคาม
“ปลาร้าสร้างรายได้สู่ชุมชน” มหาสารคาม
กองทุนฟื้นฟูเมืองตักสิลาจับมือ อบต. เหล่าบัวบาน หนุนเกษตรกรผลิตปลาแดกหรือปลาร้าวิสาหกิจชุมชนภูมิปัญญาบนฐานวัฒนธรรม อีสานสร้างรายได้สู่ชุมชน.ในช่วงวิกฤต
…………ปลาแดกหรือปลาร้าเป็นอาหารที่ขึ้นลือชา และรู้จักเป็นอย่างดีในหมู่ชาวลาวอีสาน
ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง ชนบทเลื่องลือไปต่างแดน แม้แต่ชาวต่างชาติ ต่างภาษาเองก็รู้จัก และชื่นชอบ จนเกิดมีคำ เปรียบเทียบได้ว่า คนอีสานไม่กินปลาร้าก็เหมือนไม่ใช่คนอีสาน………
ปลาแดก ในภาษาอีสาน หรือปลาร้า ภาษากลาง คำว่าปลาแดก ในภาษาอีสาน เป็นคำ กิริยา หมายถึง การกันหรือยัดสิ่งเข้าไปในอีกสิ่งหนึ่ง ต้นกำเนิดของปลาร้านั้นมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นอาหารประจำบ้าน
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว นั้น …………
ปลาร้าหรือปลาแดก ในภาษาอีสาน เป็นอาหารท้องถิ่นของภาคอีสานของไทย โดยมักจะทำมาจากปลาน้ำจืดขนาดเล็ก เช่น ปลาขาวสร้อย ปลากระดี่ มาหมักกับรำข้าว และเกลือ แล้วมาบรรจุใสไห โดยมักไว้ 7-8 เดือน และนำมารับประทานได้ หรือนำไปปรุงอาหารอย่างอื่น เช่น ส้มตำ โดยส้มตำที่ใส่ปลาร้านั้นเรียกว่า ส้มตำลาว หรือส้มตำปลาร้า ปลาร้าทอด หลนปลาร้า จากหลักฐานโบราณคดีพบว่า ปลาร้าเป็นอาหารวัฒนธรรมอีสานมานานกว่า 4000 ปี เป็นปัจจุบัน การทำปลาร้าได้พัฒนาขึ้นไปสู่ระดับสากลมากขึ้น มีปลาร้า พลาสเจอร์ไรซ์เพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนด้วย หรือ ปลาร้าอนามัย แต่ส่วนใหญ่ ปลาร้าก็ยังนิยมทำแบบเดิม โดยตักขายตามน้ำหนักตามตลาดสดต่าง ๆกองทุนฟื้นฟูจึงยื่นมือสนับสนุนช่วยเหลือฟื้นฟูปลาร้าให้เป็นปลาร้าโกอินเตอร์ที่ดังไปทั่วโลก
อาชีพการทำปลาร้าแบบโบราณปราศจากสารพิษของกลุ่มอาชีพ ทำปลาร้าบ้านหนองล่าม หมู่ 1 ต.เหล่าบัวบาน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม ซึ่งแต่ละปีสามารถขายปลาร้ามีรายได้เข้าชุมชนนับล้านบาท มี นางทองม้วน ศรีทัศน์ยศ เป็นประธานกลุ่ม
น้ำท่วมนา-ปลาเต็มหนอง
นางทองม้วนกล่าวว่า ตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย จนถึงรุ่นพ่อแม่ มีอาชีพทำนามักจะประสบปัญหาน้ำท่วมมาโดยตลอด บางปีแทบไม่มีข้าวจะกินเพราะผลผลิตข้าวเสียหายหมด บรรพ บุรุษของที่นี่ก็ไม่ย่อท้อพยายามดิ้นรนเอาตัวรอดหาอยู่หากินทุกอย่าง เพราะปีใดน้ำท่วมก็จะมีพวกปลาสารพัดชนิดมากับน้ำจำนวนมาก หลังน้ำลดปลาเหล่านี้จะอาศัยอยู่ตามห้วย หนอง สระน้ำตามทุ่งนา ชาวบ้านจะพากันออกจับปลามากินมาขายกัน และที่จับได้จำนวนมากก็จะถนอมอาหารนำมาหมักเป็นปลาร้า
แปรรูปเป็นปลาร้า
"ปลาที่จับได้นอกจากจะเก็บไว้กินในครัวเรือนแล้วยังนำออกขายและนำไปแลก ข้าวกับคนหมู่บ้านอื่นมากิน การทำปลาร้านั้นนับเป็นภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์ลาวและก็คือคนอีสาน ที่สืบทอดกันมานานตั้งแต่โบราณกาลจวนจนปัจจุบัน"
ได้รับความนิยม-เริ่มตั้งกลุ่ม
เดิมการทำปลาร้าของชาวบ้านก็ทำพอกินในครัวเรือนเท่านั้น แต่มีหลายคนออกจำหน่ายปรากฏว่าปลาร้าจากบ้านหนองล่ามได้รับความนิยม เนื่องจากใช้กรรมวิธีการทำปลาร้าสูตรดั้งเดิมโบราณตามที่พ่อแม่เคยทำ ไม่ใช้สารปรุงแต่งอะไรทั้งสิ้น
"จนถึงปีพ.ศ.2544 ตั้งกลุ่มปลาร้าหนองล่าม เพื่อระดมทุนกันผลิตปลาร้าออกจำหน่ายเป็นอาชีพเพราะมองเห็นว่าน่าจะสร้างราย ได้เข้าครอบครัวได้ดีพอสมควร เพราะตลาดมีความต้องการปลาร้าจากบ้านหนองล่ามสูงมาก เนื่องจากผลิตออกมาเท่าไหร่ขายได้หมด"
อปต.เข้ามาช่วย
ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าบัวบานให้เงินกู้ยืมเป็นทุนหมุนเวียนปีละ 1 แสนบาท รวมทั้งพัฒนาชุมชนก็สนับสนุนให้เป็นสินค้าโอท็อปของอำเภอเชียงยืน ในการบริหารจัดการของกลุ่มมีการขายหุ้น หุ้นละ 10 บาท มีการแบ่งเงินปันผลกันปีละครั้ง ปัจจุบันมีสมาชิกกองทุนโอท็อป 84 คน ต่อมาก็มีสมาชิกจากกองทุนฟื้นฟูฯ เข้าร่วมอีก 180 คน
ปลาแหล่งน้ำธรรมชาติ
ปลาที่นำมาใช้ทำเป็นปลาร้าจะเป็นปลาที่จับได้จากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เช่น ปลาขาวสร้อย ปลาแปบ ปลานิล ฯลฯ ทางกลุ่มเปิดรับซื้อปลาจากสมาชิกและชาวบ้านทั่วไปที่นำมาขายทุกวัน
ต้องสดถึงจะอร่อย
เคล็ดลับการทำปลาร้าให้อร่อยจะต้องใช้ปลาที่สดๆ ยังไม่เน่า ขอดเกล็ดเอาเครื่องในออกล้างให้สะอาดที่สุดข้อนี้สำคัญมาก คลุกเกลือให้เข้าเนื้อหมักไว้ 3 วัน คลุกกับรำสำหรับอัตราส่วนจะเป็นปลา 10 กิโลกรัม เกลือ 1.5 กิโลกรัม รำคั่ว 1.5 กิโลกรัม บรรจุลงไหหรือโอ่งมังกรไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ถ้าเป็นปลาตัวใหญ่การหมักต้องไม่ต่ำกว่า 12 เดือน สำหรับภาพรวมยอดขายปลาร้าในปี 2551 ที่ผ่านมาสามารถขายได้มากกว่า 1 ล้านบาท
:: วิถีของชาวบ้านการทำปลาร้า ::
ขอบคุณแหล่งข้อมูล, ภาพ, วีดีทัศน์ :
- อเนก กระแจ่ม จังหวัดมหาสารคาม
- ข่าวสดรายวัน : เส้นทางเถ้าแก่ (เชิด ขันตี ณพล)
















คอมเมนต์
086-0617295
บหลายๆเด้อ
086 567 6631
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds