ซื้อ-ขายสินค้า มหาสารคาม
Home Sarakam Classified Webboard Sarakham-Localnews ContactUs หน้าแรก แผนผังเว็บไซต์ ติดต่อ

ภูมิศาสตร์ จังหวัดมหาสารคาม

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. พิมพ์อีเมล

สภาพทางภูมิศาสตร์ของมหาสารคาม

           สภาพทางภูมิศาสตร์ของมหาสารคามที่แตกต่างจากเมืองอื่น ๆ ในภาคอีสานก็คือพื้นที่โดยทั่วไปแล้ว มหาสารคามไม่มีภูเขาเลย กล่าวคือเป็นเพียงที่ราบโดยทั่วไป พื้นดินเป็นทราย และแห้งแล้งในฤดูแล้ง
           มหาสารคามมีพื้นที่ทั้งสิ้น 5,760 ตารางกิโลเมตร อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 15 องศา  25  ลิปดา  และ 16 องศา  40  ลิบดาเหนือกับเส้นแวงที่ 102 องศา  50 ลิบดา และ 103องศา 30 ลิบดาตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 470 กิโลเมตร อาณาเขตติดต่อของมหาสารคามคือ ทิศเหนือติดต่อกับจังหวัดกาฬสินธุ์ ทิศตะวันออกติดต่อกับจังหวัดร้อยเอ็ด ทิศใต้ติดต่อกับบุรีรัมย์ สุรินทร์ และทิศตะวันตกติดต่อกับจังหวัดขอนแก่น
          เนื่องจากมหาสารคาม เป็นเมืองเก่าแก่มาแต่อดีต ดังนั้นลักษณะของเมืองโบราณและแหล่งน้ำธรรมชาติจึงปรากฏให้เห็นจนถึง ปัจจุบัน โดยเฉพาะแม่น้ำชีซึ่งไหลผ่านมหาสารคามนั้น กล่าวกันว่าเป็นตอนที่ไหลผ่านที่ราบต่ำ ตัวลำน้ำที่คดเคี้ยว มีการเปลี่ยนแปลงการเดินทางหลายครั้ง ดังนั้นจึงปรากฏมีรอยลำน้ำที่ขาดเรียกว่า กุด มากมาย ทั้งทางฝั่งเหนือและทางตอนใต้ของแม่น้ำชี
           โดยเฉพาะทางตอนใต้นั้นมีร่อยรอยของเมืองโบราณใหญ่น้อยหลายเมืองโดยเฉพาะที่ บ้านค้อน้อย ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองมหาสารคาม ภายในเมืองโบราณแห่งนี้มีโคก เนินหลายแห่ง มีเศษกระเบื้องสมัยทวารวดีและลพบุรี มีคูน้ำและกำแพงเมืองชั้นเดียว รอบนอกตัวเมืองมีสระน้ำหลายแห่ง เส้นทางคมนาคมที่ปรากฏในอดีตนั้น ก็คือคันดินที่เป็นถนนตัดออกจากตัวเมืองทางด้านตะวันออกผ่านหมู่บ้านค้อใหญ่ บ้านนางใย บ้านส่อง ไปยังเมืองโบราณอีกเมืองหนึ่ง คือ บ้านเชียงเหียน สองข้างทางมีร่องรอยของชุมชนโบราณและสระน้ำเป็นระยะ เมืองเชียงเหียนมีคูน้ำและกำแพงเมืองยังคงอยู่ในสภาพที่ดีคูเมืองกว้างโดย เฉลี่ย 30 เมตรขึ้นไป ภายในตัวเมืองมีโคกและเนินหลายแห่ง มีการขุดค้นพบเศษกระเบื้อง ทั้งสมัยทวารวดีและลพบุรี ปรากฏร่องรอยของสระน้ำและคันดินมากมาย (บรรณานุกรม : กองบรรณาธิการนิตยสาร เพื่อนเดินทางรวมภาคอีกสาน. กรุงเทพฯ. 2527)
           มหาสารคามตั้งอยู่กึ่งกลางภาคอีสาน บริเวณที่ตั้งตัวเมืองเป็นเนินสูงหรือมอ ห่างจากลำน้ำชีประมาณ 3 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งหมด 5,760.162 ตารางกิโลเมตร หรือ 3,600,010.2 ไร่ ลักษณะพื้นที่ของจังหวัดมหาสารคามเป็นที่ราบลูกเนิน มอที่ตั้งเมืองเป็นที่สูงสุดเหมือนหลังเต่าแล้วลาดลงไปทุกทิศ เมืองนี้ไม่มีภูเขาเป็นทุ่งนาสลับกับป่าโปร่ง ป่าไม้มีอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ด้านอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย อำเภอวาปีปทุม อำเภอบรบือ และอำเภอนาเชือก กับทางด้านทิศใต้ในเขตอำเภอโกสุมพิสัยและอำเภอเชียงยืน สภาพของป่าเป็นป่าโคก มีไม้ พลวง เหียง ตูมกา กระบก เต็ง รัง ปัญหาสำคัญของเมืองมหาสารคามคือเรื่อง ดิน เพราะดินไม่ดี เป็นลักษณะของดินตะกอนเก่า มีดินเค็มมาก อำเภอที่ประสบปัญหาเรื่องดินเค็มหนักที่สุดก็คือ อำเภอวาปีปทุมและอำเภอบรบือ แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดมหาสารคาม มี แม่น้ำชี ไหลผ่านท้องที่อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอกันทรวิชัย และอำเภอเมือง แม่น้ำพอง ไหลผ่านพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัดเป็นเส้นแบ่งเขตจังหวัดมหาสารคามและ จังหวัดขอนแก่น ห้วยคะคางอยู่ในเขตอำเภอเมือง ห้วยสายบาตร อยู่ในอำเภอโกสุมพิสัย ห้วยเสียวอยูในอำเภอบรบือและอำเภอวาปีปทุม ลำเตา ลำพลับพลา อยู่ในอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย

แผนที่ จังหวัดมหาสารคาม เขตจังหวัด, เขตตัวเมือง, เขตเทศบาล

ลักษณะภูมิอากาศ
           สภาพดินฟ้าอากาศของจังหวัดมหาสารคาม มีความแตกต่างจากจังหวัดอื่นที่อยู่เขตรอบนอกของภาค เพราะมหาสารคามอยู่ตรงกึ่งกลางภาคในเขตที่เรียกว่าเป็นเขตเงาฝนจึงมีฝนน้อย กว่าจังหวัดอื่น ๆ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยของมหาสารคาม 1,107.9 มม.ต่อปี แต่ในระยะเดือนสิงหาคมถึงกันยายน อันเป็นช่วงที่มักจะมีดีเปรสชั่นเกิดขึ้นในทะเลจีนใต้และเคลื่อนผ่านเข้ามา ในภาคอีสานนั้น มหาสารคามมักจะประสบภาวะฝนตกหนักและน้ำท่วม บางทีฝนตกพรำ ๆ ติดต่อกันหลายวัน ซึ่งชาวมหาสารคามเรียกลักษณะฝนพรำแบบนี้ว่า ฝนริน ในช่วงหน้าร้อนอากาศค่อนข้างร้อนจัดและมีหมอกแดด (ฟ้าหลัว) ไปทั่วทั้งจังหวัด (ปราโมทย์ ทัศนาสุวรรณ. พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2533 โรงพิมพ์ ไทยวัฒนาพาณิชย์)
           จังหวัดมหาสารคามมีลักษณะอากาศแบบมรสุมเมืองร้อน (Tropical Monsoon Climate) ในช่วงฤดูร้อนจะมีอากาศร้อนอบอ้าว ในช่วงมรสุมฤดูร้อนจะได้รับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดมาจากมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งทำให้เกิดฝนตก สำหรับปริมาณน้ำฝนที่พื้นบริเวณจังหวัดได้รับนั้น ส่วนมากจะเกิดจากผลกระทบของพายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนผ่านประเทศเวียดนามและเข้าสู่ประเทศไทย ลักษณะภูมิอากาศมี 3 ฤดู เช่นเดียวกับจังหวัดอื่นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
            ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ไปถึงเดือน พฤษภาคม อุณหภูมิค่อนข้างร้อนอบอ้าว ฤดูร้อนอุณหภูมิเฉลี่ย 39.1 องศาเซลเซียส อุณหภูมิในฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิสูงประมาณ 39 – 42 องศาเซลเซียสโดยอุณหภูมิสูงที่สุดในรอบ 5 ปี ( พ. ศ. 2540 – 2545) วัดได้ 42.0 องศาเซลเซียสเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2544 และในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิจะลดลงต่ำมาก ประมาณ 5 – 12.5 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิต่ำสุดในรอบ 5 ปี ( พ. ศ. 2540 – 2545) วัดได้ 5.3 องศาเซลเซียสเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2542
            ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 14.68 องศา เซลเซียส ได้รับลมหนาวจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ มีลมแรงและหนาวมาก อากาศหนาวเย็นจัด มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีแหล่ง กำเนิดบริเวณขั้วโลกเหนือพัดผ่านไซบีเรีย และผืนแผ่นดินใหญ่ของประเทศจีนมาสู่ประเทศไทย ทำให้อากาศหนาวเย็นตั้งแต่เดือนตุลาคม จนถึงเดือนกุมภาพันธ์
            ฤดูฝน จะเริ่มประมาณกลางเดือนพฤษภาคม – ประมาณกลางเดือนตุลาคม ในปี 2544 มีปริมาณน้ำฝนทั้งหมด 1,269.9 มิลลิเมตร ซึ่งน้อยกว่า ปี 2542 และ 2543 ที่มีปริมาณน้ำฝนเท่ากับ 1,348.5 และ 1,580.7 มิลลิเมตร ตามลำดับ สำหรับปีที่มีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดในรอบ 5 ปี ( พ. ศ. 2540-2545) คือ ปี 2543 วัดปริมาณน้ำฝนทั้งปีได้เท่ากับ 1,580.7 มิลลิเมตร หรือเฉลี่ย 5 ปี เท่ากับ 11,279.83 มม. และฝนตกหนักที่สุดในเดือน พฤษภาคม 2543 วัดได้ 385.6 มิลลิเมตร มีจำนวนวันที่ฝนตกทั้งหมดเท่ากับ 100 วัน และในปี 2545 ปริมาณฝนทั้งหมด ตั้งแต่เดือน มค. - ก. ย. วัดปริมาณน้ำฝนได้ 1,212.6 มิลลิเมตร

ลักษณะภูมิประเทศและโครงสร้างทางธรณีวิทยา
           ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดมหาสารคามเป็นราบลูกคลื่น (Rolling Plain) ตัวเมืองมหาสารคามตั้งอยู่บนเนินสูงของลูกคลื่น หรือที่ชาวอีสานเรียกว่า มอ นั่นเอง คือที่ตั้งเมืองมีลักษณะคล้ายหลังเต่าแล้วจะค่อย ๆ ลาดลงไปรอบเมืองทุกด้าน สังเกตดูเมื่อเรานั่งรถเข้าสู่ตัวเมืองไม่ว่าจะมาจากบ้านไผ่ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ หรือขอนแก่นก็ตาม พอจะถึงตัวเมืองถนนจะค่อย ๆ สูงขึ้น อีกประการหนึ่งสังเกตได้จากปีที่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่คือ ปีพุทธศักราช 2521 รอบ ๆ ตัวเมืองน้ำจะท่วมหมดเหลือเพียงตัวเมืองมหาสารคามเป็นเกาะอยู่เท่านั้น สำหรับแหล่งน้ำสำคัญนั้นมีดังนี้ ลำน้ำชี ไหลผ่านท้องที่อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอกันทรวิชัย และอำเภอเมืองมหาสารคาม ลำน้ำพอง ไหลผ่านท้องที่ตอนเหนือของจังหวัด แบ่งเขตจังหวัดมหาสารคามกับขอนแก่น ห้วยคะคาง อยู่ในท้องที่อำเภอเมืองมหาสารคาม ห้วยสายบาตร อยู่ในท้องที่อำเภอเชียงยืน ห้วยเสียว อยู่ในท้องที่อำเภอบรบือและอำเภอวาปีปทุม ลำเตา ลำพลับพลา ห้วยฉนวน ห้วยหว้า อยู่ในท้องที่อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย กุดนางใย กุดผักชี กุดแดง อยู่ในท้องที่อำเภอเมืองมหาสารคาม บึงบอน บึงกุย อยู่ในท้องที่อำเภอโกสุมพิสัย หนองแวง หนองทุ่ม หนองอีเก้ง อยู่ในท้องที่อำเภอ วาปีปทุม
           ลักษณะอากาศ เนื่องจากจังหวัดมหาสารคามตั้งอยุ่ใจกลางของภาคอีสาน ลัษณะอากาศจึงมีความแตกต่างจากจังหวัดอีสานรอบนอกอยู่บ้าง กล่าวคือ มหาสารคามได้รับปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีต่ำกว่าหลายจังหวัดในภาคอีสาน คือประมาณ 1,300 มิลลิเมตร ในขณะที่จังหวัดภาคอีสานรอบนอก เช่น อุดรธานี 1,400 มิลลิเมตร หนองคาย สกลนคร 1,500 มิลลิเมตร นครพนม 2,000-2,500 มิลลิเมตร และอุบลราชธานี 1,600-1,700 มิลลิเมตร มหาสารคามจึงมีลักษณะอยู่ในเขตของเงาฝน (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ. สถานที่พิมพ์โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว 2543)

          จังหวัดมหาสารคาม มีลักษณะภูมิประเทศ โดยทั่วไปเป็นพื้นที่ค่อนข้างเรียบถึงลูกคลื่นลาดยาว สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 130-  230 เมตร มีลำน้ำที่สำคัญ ได้แก่ ลำน้ำชี ลำเสียว ลำพังชู ลักษณะอากาศแบบมรสุมเมืองร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 26.9 - 28.2   องศาเซลเซียส มีผลตกเฉลี่ยในหนึ่งปี 120 วัน มีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งสาธารณูปโภค ที่สำคัญได้แก่
    • แหล่งน้ำธรรมชาติ จังหวัดมหาสารคาม มีแหล่งน้ำธรรมชาติทั้งหมด 236 แห่ง แบ่งเป็น แม่น้ำ ห้วย ลำธาร คลอง 191 สาย ซึ่งทั้งหมดใช้ได้ในฤดูแล้ง และมีหนองบึง 45 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้มีสภาพใช้ได้ฤดูแล้ง 24 แห่ง อำเภอที่มีแหล่งน้ำธรรมชาติมากที่สุด คือ อำเภอวาปีปทุมมีแหล่งน้ำ 40 แห่ง แบ่งเป็นแม่น้ำ ห้วย ลำธาร คลอง 37 สาย และมีหนอง บึง 3 แห่ง ในขณะที่กิ่งอำเภอชื่นชมมีแหล่งน้ำธรรมชาติน้อยที่สุด คือ มีเพียงหนองบึง 3 แห่ง เท่านั้น และในจำนวนนี้ไม่สามารถใช้ได้ในฤดูแล้ง
    • ด้านทรัพยากรป่าไม้ จังหวัดมหาสารคามมีเนื้อที่ป่าไม้ 51,250 ไร่ หรือประมาณ 1.55 % ของเนื้อที่ทั้งหมดของจังหวัด เนื้อที่ป่าถูกบุกรุกทำลายไปเรื่อยๆ จนเหลือเพียง 20,625 ไร่ ในปี 2541 หรือ ประมาณ 0.62 % ของเนื้อที่ทั้งหมดของจังหวัด ป่าไม้ส่วนมากจะอยู่บริเวณอำเภอบรบือ นาเชือก นาดูน และวาปีปทุม เป็นป่าเบญจพรรณ ที่เรียกว่า"ป่าโคก" ในปี 2543 มีป่าสงวนแห่งชาติ 10 แห่ง มีเนื้อที่ประมาณร้อยละ 7.69 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด มีวนอุทยาน 2 แห่ง วนอุทยานโกสัมพีและวนอุทยานชีหลงมีสวนรุกชาติ 2 แห่ง คือ สวนรุกชาติพุทธมณฑลและสวนรุกชาติท่าสองคอน
    • แร่ธาตุ จังหวัดมหาสารคามมีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ คือ แร่เกลือหิน ซึ่งมีจำนวนมหาศาล ใต้พื้นดินจังหวัดมหาสารคาม เรียกว่า หน่วยหินมหาสารคาม ซึ่งเป็นชั้นเกลือหินหนาจัดอยู่ในกลุ่มหินโคราช กองเศรษฐธรณีวิทยา ได้คำนวณปริมาณเกลือสำรองของแร่เกลือในภาคอีสาน ว่าอยู่ประมาณ 18 ล้านล้านตัน ปัจจุบันจังหวัดมหาสารคาม มีโรงงานอุตสาหกรรมผลิตเกลือสินเธาว์ จำนวน 16 แห่ง กำลังการผลิตรวมประมาณ 240,000 ตันต่อปี
    • แหล่งน้ำชลประทาน แหล่งน้ำชลประทานในปี 2544 ของจังหวัดมหาสารคาม ส่วนใหญ่เป็นโครงการชลประทานขนาดเล็กจำนวน 367 โครงการ ครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ 116,940 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 4.50 ของพื้นที่ถือครองทางการเกษตรทั้งหมด ที่เหลือเป็นโครงการชลประทานขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 1 , 18 และ 152 โครงการตามลำดับ ครอบคลุมพื้นที่ที่ได้ประโยชน์ 37,000 , 65,6800 และ 2,280 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 1.43 , 2.54 และ 0.90 ของพื้นที่ถือครองทางการเกษตรทั้งหมด ตามลำดับ โดยภาพรวม โครงการชลประทาน ของจังหวัดมหาสารคาม ในปี 2544 มีทั้งหมด 538 โครงการ สามารถเก็บกักน้ำได้ 79.716 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ 221,900 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 8.58 ของพื้นที่ถือครองทางการเกษตรของจังหวัด (2,585,064.40 ไร่)
    • บ่อบาดาลและบ่อน้ำตื้น ในปี 2541 จังหวัดมหาสารคาม มีบ่อบาดาลสาธารณะทั้งสิ้น 801 แห่ง คิดเป็นส่วนจำนวน หมู่บ้าน : บ่อบาดาลสาธารณะ เท่ากับ 1 : 0.45 ในขณะที่มีบ่อน้ำตื้นทั้งสิ้น 150 แห่ง
    • สถานีโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ในปี 2541 กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการจัดตั้งสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ในจังหวัดมหาสารคามแล้ว จำนวน 73 สถานี มีพื้นที่โครงการทั้งสิ้น 184,796 ไร่ และพื้นที่ส่งน้ำ 120,346 ไร่ อำเภอที่มีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้ามากที่สุด คืออำเภอเมืองมหาสารคามจำนวน 29 สถานี รองลงมา คือ อำเภอกันทรวิชัย อำเภอโกสุมพิสัย และอำเภอเชียงยืน จำนวน 20 , 20 และ 4 สถานีตามลำดับ ส่วนอีก 7 อำเภอ และ 2 กิ่งที่เหลือไม่มีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า สำหรับพื้นที่โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า รวมเท่ากับ 184,796 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 7.15 ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด ในขณะที่พื้นที่ส่งน้ำรวมเท่ากับ 120,346 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 4.66 ของพื้นที่ถือครองทางการเกษตรทั้งหมด

   
• ทรัพยากรธรรมชาติ
   1. ดิน  ดินของจังหวัดมหาสารคาม แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
       1) กลุ่มดินไร่  สามารถแบ่งย่อยเป็นกลุ่มดินไร่ทั่วไป  มีพื้นที่เพียงเล็กน้อย ครอบคลุมพื้นที่ทางทิศตะวันตกของจังหวัด ดินไร่กลุ่มนี้อยู่ในพื้นที่ บางส่วนของอำเภอวาปีปทุมและอำเภอแกดำ  ทรายส่วนใหญ่อยู่บริเวณทิศตะวันตกของจังหวัด บริเวณอำเภอโกสุมพิสัย  อำเภอบรบือ และอำเภอนาเชือก
       2) กลุ่มดินนา  ส่วนใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ทางทิศเหนือและทิศใต้ของจังหวัด สามารถแยกออกเป็นกลุ่มย่อยตามคุณสมบัติของดินนาได้เป็น กลุ่มดินนาทั่วไป  ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเชียงยืน  อำเภอวาปีปทุม  อำเภอนาดูน  อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย และบางส่วนของอำเภอเมือง  กลุ่มดินนาดี อยู่บริเวณลุ่มน้ำชีทางทิศเหนือของจังหวัด ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภอโกสุมพิสัย  อำเภอกันทรวิชัย  และบางส่วนอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด ในบริเวณพื้นที่อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย และอำเภอวาปีปทุม
       3) กลุ่มดินคละ  ส่วนใหญ่อยู่บริเวณตอนกลางของจังหวัด  สามารถแบ่งย่อยได้เป็น กลุ่มดินไร่ทั่วไป คละกับดินนาทั่วไป  ครอบคลุมพื้นที่ อำเภอเมือง อำเภอบรบือ  อำเภอนาเชือก  อำเภอนาดูน และอำเภอพยัคภูมิพิสัย  และกลุ่มดินไร่ทรายคละกับดินไร่ทั่วไปอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง อำเภอแกดำ  และอำเภอวาปีปทุม
   2. แหล่งแร่
          แร่สำคัญที่พบในจังหวัดมหาสารคาม ได้แก่เกลือหิน  พบที่อำเภอบรบือและอำเภอวาปีปทุม  เกลือหินที่มีความหนา 168 ถึง 505 ฟุต ปริมาณบ่งชี้ของเกลือมากกว่า 700 ล้านตัน อย่างไรก็ตามการที่จะพัฒนาให้เป็นอุตสาหกรรมมีปัญหาสำคัญคือ ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม  ซึ่งอุตสาหกรรมทำเกลือที่จะไม่ให้ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจะต้องลงทุนสูง
   3. ทรัพยากรน้ำ
        1. แม่น้ำชี  มีต้นกำเนิดในจังหวัดชัยภูมิ  ไหลผ่านจังหวัดขอนแก่นแล้วไหลผ่านจังหวัดมหาสารคามในอำเภอโกสุมพิสัย กันทรวิชัย และอำเภอเมือง  รวมความยาวที่ไหลผ่าน 60 กม. ทิศทางน้ำจะไหลจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก แม่น้ำชีเป็นแม่น้ำขนาดกลางไหลผ่านหลายจังหวัดแต่เนื่องจากไม่มีการกั้นลำน้ำ ดังนั้นในฤดูแล้งน้ำจึงขอดและมีตลิ่งสูงมาก เกษตรกรใช้ประโยชน์กับลำน้ำชีนี้ได้น้อยมาก
        2. ลำห้วย 12 สาย
              ลำพังชู ไหลผ่านในเขตอำเภอบรบือ นาเชือก  และพยัคฆภูมิพิสัย  รวมความยาว 70 กม. ลักษณะลำห้วยตื้นเขินเกือบตลอด
              ลำเตา ไหลผ่านอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย  มีความยาว 25 กม. ลักษณะลำห้วยตื้นเขินมาก
              ลำห้วยวังกะฮัง  ลำห้วยแห่งนี้เป็นต้นน้ำของลำเตา ไหลผ่านอำเภอนาดูนความยาว 70 กม. ต้นเขินมาก
              ลำห้วยหว้า  ลำห้วยแห่งนี้ไหลผ่านอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย ความยาว 25 กม. สภาพลำห้วยตื้นเขินมากตลอดสาย
              ลำพลับพลา เป็นลำห้วยเขตจังหวัดสุรินทร์  และจังหวัดมหาสารคาม ไหลผ่านบริเวณอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย มีความยาว 30 กม. สภาพลำห้วย ตื้นเขินเป็นบางส่วน
              ลำห้วยเสียว ไหล่ผ่านอำเภอบรบือและอำเภอวาปีปทุม ความยาว 60 กม. มีปัญหาเรื่องน้ำเค็ม เนื่องจากมีการสูบน้ำเกลือจากใต้ดินขึ้นมา จากบริเวณ อ่างเก็บน้ำบรบือซึ่งเป็นต้นน้ำเสียว 
              ลำห้วยบางบอน  เป็นต้นน้ำลำเตา ไหลผ่าน ต.บ้านกู่  ต.ดงเมือง อ.พยัคฆภูมิพิสัย  ความยาว 12 กม. ลักษณะตื้นเขิน
              ลำห้วยชัน  เป็นลำห้วยธรรมชาติ  ไหลผ่านอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย ความยาวประมาณ 2 กม. ลักษณะต้นเขินมาก
              ลำห้วยคะคาง เป็นลำห้วยธรรมชาติ ไหลผ่านอำเภอเมือง  ความยาว 46 กม.มีอ่างเก็บน้ำห้วยคะคางความจุ 4.22 ลบม. ปรับปรุงโดยการขุดลอก
              ห้วยวังดู่  เป็นลำห้วยธรรมชาติ  ไหลผ่านอำเภอบรบือ  ความยาว 15 กม. ลักษณะตื้นเขินในฤดูแล้ง
              ห้วยจึงบึง  เป็นลำห้วยธรรมชาติ  ไหลผ่านอำเภอบรบือ  ความยาว 10 กม.
              ลำห้วยสายบาตร เป็นลำห้วยธรรมชาติ ไหลผ่านตอนเหนือของจังหวัดมหาสารคามและขอนแก่น

 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

• เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง กรุณาใช้ข้อความสุภาพ และผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sarakhamclick.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

: 6821 ครั้ง
ห้างสรรพสินค้าเสริมไทย
รอบหนังมหาสารคาม โปรแกรมหนัง เช็ครอบหนัง
เนยหวาน
ผลฟุตบอลล่าสุด

ผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล
งวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2555
814418 31
504 309 902 101
บ.ทีเจ-เฮ้าส์-จำกัด
โรงเรียนกวดวิชาเตรียมทหารวรพล