ปูทูลกระหม่อม “ปูแป้ง”

ประวัติความเป็นมาของปูทูลกระหม่อม
ปูทูลกระหม่อมหรือเดิมที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ปูแป้ง” เป็นปูน้ำจืดที่มีสีสันสวยงามพบทั่วไปในป่าดูนลำพันบริเวณรอบๆหนองดูน ปูทูลกระหม่อมไดีรับการตรวจสอบทางวิชาการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2536 โดยศาสตราจารย์ไพบูลย์ นัยเนตร ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติ ( National Museum of Natural History, Leiden, The Netherlands) ประเทศเนเธอร์แลนด์ พบว่าเป็นปูน้ำจืดชนิดใหม่ของโลกอยู่ในกลุ่มปูป่า มีสีสันสวยงาม กระดองสีม่วงเปลือกมังคุด ขอบเบ้าตา ขอบกระดอง ขาเดินทั้ง 4 คู่และก้ามหนีบทั้ง 2 ข้าง มีสีเหลืองส้ม ปลายขาข้อสุดท้ายและปลายก้ามหนีบมีสีขาวงาช้าง การค้นพบปูทูลกระหม่อมได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร “Crustaceana” ซึ่งเป็นวารสารชั้นนำของโลกเกี่ยวกับอนุกรมวิธานของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง จำพวกกุ้ง กั้ง ปู ฉบับ 65 (1) ค.ศ. 1993
ที่มาของชื่อ “ปูทูลกระหม่อม” สืบเนื่องมาจากในปี พ.ศ. 2536 เป็นปีที่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 3 รอบ ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นผู้นำและมีพระปรีชาสามารถในงานด้านวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้กราบทูลขอพระราชทานพระอนุญาต อัญเชิญพระนามของพระองค์มาเป็นนามของปูน้ำจืดชนิดนี้และได้รับพระราชทานอนุญาตให้เรียกชื่อปูชนิดนี้ว่า “ปูทูลกระหม่อม” โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Thaipotamon chulabhorn” เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่วงการด้านอนุกรมวิธานด้านปูของไทยซึ่งถือเป็นเกียรติประวัติของประเทศไทยที่มีปูซึ่งมีความสวยงามชนิดใหม่และพบเพียงแห่งเดียวที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดูนลำพันเท่านั้น ดังนั้นปูทูลกระหม่อม (Thaipotamon chulabhorn Naiyanetr, 1993) จึงได้ถูกกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ลำดับที่ 14 ของสัตว์ป่าจำพวกไม่มีกระดูกสันหลังในกฎกระทรวงฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2543) เพิ่มเติมจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองท้ายกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2537 ) เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2543 ในประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 117 ตอนที่ 3 วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2543
ลักษณะนิเวศวิทยาทั่วไปของปูทูลกระหม่อม
ปูทูลกระหม่อมเป็นสัตว์ถิ่นเดียวจัดอยู่ในกลุ่มป่า พบที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดูนลำพัน มีความกว้างของกระดองเฉลี่ยประมาณ 3.5 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ย 20-35 กรัม ปูทูลกระหม่อมเพศผู้และเพศเมียจะต่างกันที่ลักษณะของส่วนท้อง (ตะปิ้ง) โดยเพศผู้จะมีลักษณะของตะปิ้งเป็นรูปสามเหลี่ยมคล้าย ปิรามิด เพศเมียตะปิ้งจะเป็นรูปกลมมน
|
|
|
| ตะปิ้งของปูเพศผู้ | ตะปิ้งของปูเพศเมีย |
|
|
|
|
โดยทั่วไปปูทูลกระหม่อมจะอาศัยขุดรูอยู่ในที่ชื้นในบริเวณที่มีต้นไม้ปกคลุมและมีแสงแดดรำไร โดยจะขุดรูอยู่เพียงตัวเดียว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของรูประมาณ 2-6 ซ.ม. รูปูลึกประมาณ 0.80 -1.80 เมตร และมีระดับน้ำใต้ดินเฉลี่ยประมาณ 40 ซ.ม. ขึ้นอยู่กับฤดูกาล
ปูทูลกระหม่อมจะออกหากินในเวลากลางคืน (nocturnal) โดยจะออกมาดักเหยื่อที่บริเวณปากรูหรือรอบปากรู รัศมีไม่เกิน 1 เมตร แต่บางครั้งถ้าบริเวณป่าเงียบสงัดหรือหลังฝนหยุดตกใหม่ๆ ก็อาจจะพบปูทูลกระหม่อมออกมาเดินอยู่บริเวณปากรูปูทูลกระหม่อมกินได้ทั้งพืชและสัตว์ (Omnivorous) ได้แก่ ไส้เดือน แมงมุม และแมลงชนิดต่างๆ รวมทั้งเศษใบไม้ ใบหญ้าที่ร่วงหล่นอยู่บริเวณพื้นผิวดิน
วงจรชีวิตของปูทูลกระหม่อม
ปูทูลกระหม่อมจะผสมพันธุ์ในช่วงที่มีฝนตกเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน จนถึงเดือนกันยายน การผสมพันธุ์แต่ละครั้งจะใช้เวลานานประมาณ 3-5 ชั่วโมง โดยปูตัวผู้จะใช้ตะปิ้งประกบกับตะปิ้งของปูตัวเมียแล้วสอดอวัยวะสืบพันธุ์ที่มีลักษณะแหลมยาว (Gonopod) เข้าไปในตะปิ้งของตัวเมียที่เปิดรอไว้ หลังจากการผสมพันธุ์ประมาณ 4 เดือน ไข่จะปรากฎที่ตะปิ้งหน้าท้องของตัวเมียในช่วงต้นเดือนมกราคมถึงเมษายน ไข่ของปูทูลกระหม่อมมีขนาดประมาณเท่าหัวเข็มหมุดหรือหัวไม้ขีดไฟ เส้นผ่าศูนย์กลาง วัดได้โดยเฉลี่ยประมาณ 4-5 มิลลิเมตร ตัวเมียจะมีไข่ประมาณ 10-35 ฟอง ไข่อ่อนเมื่อออกมาใหม่ๆ จะมีสีเหลืองอมส้ม และเมื่อไข่แก่เต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มปนเทาจนเกือบดำ ตัวอ่อนจะฟักออกจากไข่ในช่วงประมาณปลายเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม และตัวอ่อนจะติดอยู่ที่หน้าท้องแม่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง จนกระทั่งเข้าสู่ฤดูฝนเมื่อฝนตกลงมาลูกปูก็จะเปิดปากรูเพื่อออกมาหากินและขุดรูใหม่
การเปลี่ยนแปลงสีของไข่
|
|
|
| รูที่มีปูอาศัยอยู่ (สะอาด,เกลี้ยง) | รูร้าง (สกปรก,มีหยากไย่,ใบไม้แห้งปกคลุม) |
ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล และภาพประกอบ:
• สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดมหาสารคาม
• สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม
• วรรษมน จำนงค์สุข, วิทยา แสงคำไพ และวีระศักดิ์ สนสูงเนิน. 2545. การศึกษาชีววิทยาบางประการของปูทูลกระหม่อม.
วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์ศึกษา (ชีววิทยา) มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก.
ขอขอบคุณพิเศษ:
• ผู้ที่มีส่วนร่วมในบทความต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบในข้อมูล และรวมถึงภาพประกอบในข้อมูล เพื่อเป็นอีกแหล่งข้อมูลของชาวจังหวัดมหาสารคาม.
: 5266 ครั้ง
















คอมเมนต์
ไปดูมาแว้ว
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds