ซื้อ-ขายสินค้า มหาสารคาม
Home Sarakam Classified Webboard Sarakham-Localnews ContactUs หน้าแรก แผนผังเว็บไซต์ ติดต่อ

ท้าวมหาชัย กวด

Attention, เปิดในหน้าต่างใหม่. พิมพ์อีเมล
อนุสาวรีย์ท้าวมหาชัย กวด

พระเจริญราชเดชวรเชษฐ์ขัติยพงศ์ (ท้าวมหาชัย กวด)

          บุคคลสำคัญของท้องถิ่น พิจารณาจากความโดดเด่นของผลงานทีท่านเหล่านั้นได้ สร้างสรรค์มา เป็นผลงานที่เกื้อกูลประโยชน์ต่อสังคมอันเป็นถิ่นกำเนิด และถิ่นอื่นๆ ทั่วทั้งภูมิภาค แม้กระทั่งทั่วประเทศ คุณสมบัติของบุคคลสำคัญดังกล่าวนี้ ในบางจังหวัดอาจจะหาได้ไม่ยากนัก แต่บางจังหวัดหาได้ค่อนข้างยาก บุคคลสำคัญของจังหวัดมหาสารคามที่กล่าวถึงต่อไปนี้ คือ พระเจริญราชเดช (กวด) เจ้าเมือง มหาสารคามคนแรก ซึ่งเป็นเจ้าเมืองคนแรก และเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์

          พระเจริญราชเดชวรเชษฐ์ขัติยพงศ์ เป็นเจ้าเมืองมหาสารคามคนแรก เป็นบุคคลสำคัญที่มีผลงานโดดเด่น ควรแก่การบันทึกไว้หนังสือรายงานกิจการจังหวัดมหาสารคามประจำปี ๒๕๐๖-๒๕๐๙ เรื่อง ประวัติอาชญาหลวง มหาชัย ผู้สร้างเมืองมหาสารคาม ตอนหนึ่งกล่าวว่า
          “ พระเจริญราชเดช วีรเชษฐ์มหาขัติพงศ์ (ท้าวมหาชัย) เกิดในสมัยรัชกาลที่ ๓ (แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) ถึงแก่อนิจกรรมในสมัยรัชกาลที่ ๕ (แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) เป็นบุตรท้าสิงหมหาราช อุปฮาชเมืองร้อยเอ็ด ปู่ฮ่อพระยาขัติยวงศา พิสุทธาธิบดีฯ (ท้าวสีลัง) เป็นพระยาชั้นพานทองเป็นเจ้าเมืองคนที่ ๒ แห่งเมืองร้อยเอ็ด ปู่ทวดชื่อพระยาขัติยวงศา (ท้าวสุทนมณี) ผู้สร้างเมืองร้อยเอ็ดเมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๑๘ พระยาขัติยวงศา (ท้าวสุทนมณี) เป็นบุตรของเจ้าแก้วมงคล ผู้สร้างเมืองสุวรรณภูมิ ในเป็นพุทธศักราช ๒๒๕๒ ”

          เอกสารเนืองในพิธีเปิดอนุสาวรีย์พระเจริญูราชเดช (กวด) ที่ตีพิมพ์เผยแพร่เมือพุทธศักราช ๒๕๒๗ ได้กล่าวถึงชีวิตในปฐมวัยของพระเจริญราชเดช (กวด) ไว้ตอนหนึ่งว่าเกิดเมื่อพุทธศักราช ๒๓๗๙ ที่เมืองร้อยเอ็ด เป็นหลานปู่พระยาขัติยวงศาพิสุทธิบดี (สีลัง) และเหลนพระขัติยวงษา (ทน) ผู้สร้างเมืองร้อยเอ็ด

          “ พระเจริญราชเดช (กวด) เมื่อเจริญวัยขึ้น ได้ไปศึกษาที่สำนักท่านหลังคำ เมืองอุบลราชธานี เมื่อจบการศึกษาแล้ว ได้กลับมารับราชการอยู่กับพระขัติยวงษา (จัน) ที่เมืองร้อยเอ็ด พระเจริญราชเดช (กวด) เป็นผู้สามารถในราชการ สามารถปราบโจรผู้ร้ายให้ราบคาบได้ จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็น ท้าวมหาชัย เมื่ออายุได้ ๒๑ ปี ”

           หนังสือรายงานกิจการจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี ๒๕๐๖-๒๕๐๙ ได้กล่าวยืนยันถึงความสามารถของท่านไว้ตอนหนึ่งว่า
          “ท้าวมหาชัย เดิมชื่อ กวด เป็นมหาดเล็กหลวงในกรมขุนพินตประชานารถ (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) ระหว่างพุทธศักราช ๒๔๐๓-๒๔๐๕ ได้ช่วยปราบจลาจลและผู้ร้ายสำคัญสงบราบคาบลงหลายครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที ๔ จึงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นหลวงราชภักดี และต่อมาได้เลื่อนขึ้นเป็น ท้าวมหาชัย ”

           ในประวัติยังกล่าวว่า ท้าวมหาชัย บุตรอุปฮาชสิงห์เป็นผู้มีความชอบในฐานะทีเป็นเจ้าพนักงานในการสักเลกชายฉกรรจ์ ในหัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออก ความตอนหนึ่งกล่าวว่า
          “ในระหว่างพุทธศักราช ๒๔๐๒-๒๔๐๗ ราชสำนักกรุงเทพฯ ได้แต่งตั้งเจ้าพระยากำแหงสงคราม (แก้ว) เจ้าเมืองนครราชสีผา เป็นแม่กองสักเลก ขึ้นมาสักเลกในหัวเมืองลาวฝ่ายตะวันออก ตั้งกองสักอยู่ที่เมืองยโสธร ในการสักเลกครั้งนั้น เมืองสุวรรณภูมิไต้เลก (ชายฉกรรจ์) ๑๒,๗๖๓ คน เมืองร้อยเอ็ดได้เลก ๑๓,๓๕๒ คน ซึ่งเป็นจำนวนค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับเมืองอื่น ๆ เช่น ยโสธรมีเลก ๗,๒๓๕ คนกาฬสินธุ์มีเลก ๕,๔๗๒ คน ขอนแก่นมีเลก ๓,๐๗๑ คน” เจ้าพนักงานสักเลกทีสำคัญของเมืองร้อยเอ็ดคนหนึ่งคือ ท้าวกวด บุตรอุปฮาชสิงห์ นั่นเอง.”

          ประวัติการสร้างเมืองมหาสารคาม ตอนหนึ่งกล่าวว่า
          “..พรัณขัติยวงษา (จัน) ได้ปรึกษากับอุปฮาช (ภู) เห็นว่าท้าวมหาชัย (กวด) สมควรจะเป็นเจ้าเมืองได้ (แล้ว) จึงได้มอบผู้คนจำนวนชายฉกรรจ์ ๒,๐๐๐ คน รวมทั้งเด็ก ผู้หญิง คนชรา ประมาณ ๕,๐๐๐ คน และให้ท้าวบัวทอง บุตรอุปฮาช (ภู) เป็นผู้ช่วย พากันไปหาที่ทั้งเมืองใหม่ ท้าวมหาชัย (กวด) เห็นว่า ด้านตะวันตกกุดยางใหญ่ (บ้านนางใย) น้ำท่วมไม่ถึง หน้าแล้งก็สามารถใช้น้ำจากกุดยางใหญ่ (กุดนางใย) และหนองท่ม (หนองกระทุ่ม) ได้ และท้าวมหาชัย (กวด) เห็นว่าเหมาะแก่การตั้งเป็นบ้านเป็นเมือง แต่ท้าวบัวทองเห็นเห็นว่าด้านตะวันตกบ้านลาด (บ้านลาดพัฒนา) ริมฝังลำน้ำชี เป็นทำเลที่เหมาะสมกว่า เพราะมีแหล่งน้ำทีอุดมสมบูรณ์ตลอดปี (ลำน้ำชี) ทั้งยังสามารถใช้เป็นเส้นทางคมนาคม (ทางน้ำ) ได้อีกด้วย...”

          ในทีสุดพระขัติยวงษา (จัน) ได้ตัดสินใจมีใบบอกไปยังราชสำนักกรุงเทพฯ เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทาน บ้านลาด กุดยางใหญ่ เป็นเมือง ขอท้าวมหาชัย (กวด) เป็นเจ้าเมือง ขอท้าวบัวทอง เป็นอุปฮาช ขอท้าวไชยวงษา (ฮึง) บุตรพระยาขัติวงษา (สีลัง) เป็นราชวงษ์ (เป็นที่น่าสังเกตว่า พระขัติยวงษาได้ขอพระราชทานทั้งบ้านลาดและกุดยางใหญ่เป็นเมืองมหาสารคาม แต่การตั้งเมืองจริง ๆ อยู่ที่กุดยางใหญ่)

          ราชสำนักกรุงเทพฯ ได้มีสารตรามายังพระขัติยวงษา (จัน) ลงวันอังคาร เดือน ๑๐ ขึ้น ๑ ค่ำ ปีฉลู สัปตศก จุลศักราช ๑๒๒๗ (ตรงกับวันที ๒๒ สงหาคม พุทธศักราช ๒๔๐๘) ดังข้อความตอนหนึ่งว่า

          “ จึงผีพระบรมราชโองการดำรัสว่า ซึ่งเจ้าพระยาภูธรราภัย พร้อมกับเจ้าพระยานครราชสีมาไล่เลียงแลทำแผนที่เมืองจะตั้งใหม่ เห็นการไม่เกี่ยวข้องแก่บ้านแก่เมืองใดแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ขนานนามบ้านลาด กุดนางใย เป็นเมืองมหาสารคาม พระราชทานนาม สัญญาบัตรประทับพระราชลัญจกร ตั้งท้าวหาชัยเป็นพระเจริญราชเดช เจ้าเมือง ทำราชการขึ้นแก่เมืองร้อยเอ็ด ให้พระราชทานท้าวมหาชัยผู้เป็นที่พระเจริญราชเดช เจ้าเมืองมหาสารคาม... ”

          ธีรชัย บุญมาธรรม อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ สถาบันราชภัฏมหาสารคามได้อ้างถึงบันทึกหลวงอภิสิทธ์สารคาม (ดี) ประวัติเมืองมหาสารคาม ของพระเจริญูราชเดช (อุ่น) และประวัติศาสตร์ภาคอีสานและเมืองมหาสารคาม ของนายบุญช่วย อัตถากร ไว้ตอนหนึ่งว่า ท้าวมหาชัย (กวด) พาผู้คนออกจากเมืองร้อยเอ็ดมาทางตะวันตกประมาณ ๑๐๐๐ เส้น จึงหยุดตั้งอยู่บริเวณที่ดอน แล้วจัดพิธีการฝังหลักเมืองที่นั่น (บริเวณทีตั้งศาลเจ้าพ่อหลักเมืองในปัจจุบัน) บริเวณนั้นภายหลังได้สร้างวัด ชื่อวัตดอนเมือง แต่ราษฎรนิยมเรียกว่า วัดข้าวสัาว (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นวัดธัญญาวาส) แต่อยู่ได้ประมาณ ๖ เดือน เห็นว่าขาดแคลนแหล่งน้ำจึงย้ายมาตั้งอยู่ระหว่างกุดยางใหญ่กับหนองท่ม (หนองกระทุ่ม) อยู่ทางทิศเหนือวัดโพธิ์ศรีใน สมัยปัจจุบัน ในสมัยนั้นมีชุมชนมาอาศัยอยู่บ้างแล้ว เรียกย่อว่า บ้านจาน ห่างจากบ้านจานไปทางทิศตะวันตกก็มีหนองหัวช้าง ถัดจากหนองท่มออกไปทางทิศเหนือ ก็มีห้วยคะคาง จึงนับได้ว่าเป็นแหล่งที่ตั้งเมืองแท้มีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์

          ส่วนท้าวบัวทอง บุตรอุปฮาช (ภู) ที่เป็นผู้ช่วยก็ได้พาผู้คนจำนวนหนึ่งแยกไปตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณบ้านลาด (บ้านลาดพัฒนา ริมลำน้ำชี) ตามที่ตนเองเห็นว่าเหมาะสม และได้เคยเสนอให้ตั้งเป็นเมืองแห่งแรก
          ในปีพุทธศักราช ๒๔๑๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเมืองมหาสารคามและเจ้าเมืองสูงขึ้น แยกจากเมืองร้อยเอ็ดไปขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ ในปีนั้น
ในเป็พุทธศักราช ๒๔๑๗-๒๔๑๙ พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้ท้าวมหาชัย (กวด) เป็นแม่ทัพ ยกกำลังพล ๓ หัวเมืองไปสมทบทัพหลวงปราบปรามกองทัพจีนฮ่อที่เวียงจันทน์ และหลวงพระบาง ท้าวมหาชัย (กวด) ได้แสดงความองอาจกล้าหาญจนมีชัยชนะหลายจุด จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนฐานะท้าวมหาชัย (กวด) ให้เทียบเท่าเจ้าผู้ครองนคร (มีการใช้ราชาศัพท์ในคุ้มวังเจ้าเมือง)
          ปีที ๓ ของการปราบปรามจีนฮ่อ เป็นปีทีกองทัพไทยมีชัยชนะอย่างเด็ดขาด ท้าวมหาชัยได้นำพลเข้าต่อสู้ปราบปรามอย่างเข้มแข็งยิ่ง ขณะที่กำลังตะลุมบอนได้ถูกปืนและหอกข้าดกตกหลังม้าอาการสาหัส แม้กระนั้นก็ยังฝืนใจ ฝืนกาย สั่งให้พลและนายทหารแบกเข้า บัญชาการทัพ จนมีชัยชนะในที่สุด
          เมื่อสิ้นสุดสงครามแล้ว ท้าวมหาชัยก็ได้ถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๒๑ เพราะความบอบช้ำแสนสาหัสจากสงคราม สิริรวมอายุได้ ๔๓ ปี
          พระเจริญูราชเดช (กวด) ได้จากไปเป็นเวลากว่า ๑๒๐ ปีแล้ว แต่เกียรติยศเกียรติคุณ ของท่านยังตรึงตราอยู่ในความทรงจำของพวกเราชาวเมืองมหาสารคามอย่างไม่รู้ลืม ท่าน เป็นทั้งยอดนักรบ และยอดนักปกครอง เป็นปฐมบุรุษผู้สร้างเมืองมหาสารคามประชาชนทั้งหลายได้มอบสมญานามให้แก่ท่านว่า อาชญาพ่อหลวงมหาชัย

          ความตอนท้ายในรายงานกิจการจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี ๒๕๐๖-๒๕๐๙ เรื่อง ประวัติอาชญาพ่อหลวงมหาชัย ผู้สร้างเมืองมหาสารคาม ได้กล่าวไว้ว่า
         “..ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนชั้นท้าวมหาชัยขึ้นเทียบเท่าเจ้าผู้ครองนคร (พุทธศักราช ๒๔๑๘-๒๔๑๙) พระเจริญราชเดช วีรเชษฐ์มหาขัติยพงศ์ รวิวงศ์สุรชาติ ประเทศราชธำรงรักษ์ ศักดิ์กิติยศเกรียงไกร ศรีพิชัยเทพวรฤทธิ์ พิศอนุพงศ์ปรีชา สิงหบุตรสุวัฒนา นคราภิบาล ชาญพิชัยสงคราม และได้พระราชทานเครื่องยศ ดังต่อไปนี้แก่พระเจริญราชเดช (กวด)
     ๑. สร้อยคอประคำทองคำ ๑๐๘ เม็ด ๑ สาย
     ๒. สร้อย เสื้อทรงประพาส หมวกทรงประพาส ๑ สำรับ
     ๓. หมวกตุ้มปี่ ๑ สำรับ
     ๔. กระบี่บั้งทอง ๕ บั้ง ๑ กระบี่
     ๕ ปืนชนวนต้นทองแดงเลี่ยมเงิน ๑
     ๖. สัปทนปัสตู ๑ อัน
     ๗ เสลี่ยงประดับลายกนก ถมตะทองทั้งตัว ๑ เสลี่ยง
     ๘. พานหมากกลม ถมตะทอง เครื่องในทองคำล้วน คือ
           • จอกหมากทองคำ ๒ จอก
           • ผอบทองคำ ๒ ผอบ
           • ตลับขี้ผึ้งทองคำ ๒ ตลับ
           • ซองพลูทองคำ ๒ ชอง
           • กรรไกรหนีบหมาก ขาหุ้มทองคำ ๑ อัน
           • คนโททองคำ ๑
           • กระโถนเงินถมตะทอง ๑
           • เสื้อเข้มขาบริ้วดี ๑
           • เสื้อแพรจินเจา ๑
           • แพร4ติดขลิบ ๑
           • ส่านไทยไหมปักทองทั้งผืน ๑
           • ผ้าปูมเขมร ๑
           • ผ้าลายเกี้ยว ๑
           • แพรขาวหงอนไก่ลาย ๑
           • แพรขาวโล้ ๑

          ประวัติอาชญาพ่อหลวง มหาชัย ผู้สร้างเมืองมหาสารคาม ในเอกสารดังกล่าว ยังได้บันทึกเป็นหมายเหตุต่อท้ายไว้อีกว่า (พระเจริญราชเดช) เวลาไปในพิธีราชการเจ้าเมืองก็นั่งเสลียง มีคานหาม ๔ คน
และกั้นสัปทน โดยมีข้าราชการ (ท้าวเพี้ยกรมการ) และขบวนแห่ใหญ่น้อยตามชั้นของพิธีการ”

           และหมายเหตุ ๑ ได้บันทึกอธิบายความไว้ว่า
         “เจ้าแก้วมงคล เป็นราชนัดดาสมเด็จพระเจ้าชัยเชษฐา ซึ่งเคยครองนครเชียงใหม่ และเวียงจันทน์ เจ้าแก้วมงคลเป็นราชบุตรเขยเจ้านครน่าน ได้บุตรชื่อ เจ้าองค์หล่อหน่อคำ ภายหลังได้ครองนครน่าน ส่วนชายาคนหนึ่งสิ่งได้จากนครหลวงพระบางนั้น ได้บุตร ๒ คน ชื่อเจ้ามืดคำดล และเจ้าสุทนท์มณี เจ้าสุทนท์มณีผู้นี้ คือผู้สร้างเมืองร้อยเอ็ด (พระยาขัติยวงศา (ทน)...”
           หมายเหตุที่ ๒ ได้บันทึกอธิบายความไว้อีกว่า
“ สมัยโบราณของไทยเรียกพระมหากษัตริย์ว่า ขุนหลวง เช่น “ขุนหลวงสุริยามรินทร์” “ขุนหลวงตาก ” เป็นต้น ต่อมาเรียกว่า “ในหลวง ” หรือ “ญาหลวง ” มาจนถึงทุกวันนี้... ”

คอมเมนต์  

 
0 #6 พรีม จ้า
เรื่องนี้ดีสุดๆ
อ้างอิง
 
 
0 #5 สสใสวง
กี่พัพะ
อ้างอิง
 
 
0 #4 โคนัน
อ้างอิง คุโด้ ชินอิจิ:
ดีมาก ท่านคือคนที่ทำให้มีมหาสารคามใน วันนี้

mjko8nvf;ท่านคือดวงใจของชาวจัง หวัดมหาสารคาม แม้ว่าท่านจะไม่ได้อยู่บนโลกนี้ แล้วก็ตาม ถ้าไม่มีท่านวันนั้นก็จะไม่มีจั งหวัดมหาสารคามวันนี้
อ้างอิง
 
 
+1 #3 คุโด้ ชินอิจิ
ดีมาก ท่านคือคนที่ทำให้มีมหาสารคามใน วันนี้
อ้างอิง
 
 
+1 #2 มิ้งค์
รักอันจังเลยรักมากมายรักมากกว่ าภูเขา
อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

• เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง กรุณาใช้ข้อความสุภาพ และผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sarakhamclick.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้

รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

: 3680 ครั้ง
ห้างสรรพสินค้าเสริมไทย
รอบหนังมหาสารคาม โปรแกรมหนัง เช็ครอบหนัง
เนยหวาน
ผลฟุตบอลล่าสุด

ผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล
งวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2555
814418 31
504 309 902 101
Sawasdeeonline
ศูนย์ประชุมตุ้มโฮมโฮมสเตย์แอนด์รีสอร์ท